บทเรียนนี้มุ่งเน้นไปที่จุดเปลี่ยนของวิวัฒนาการของจิตสำนึกส่วนบุคคล นั่นคือ จากอีโก้ (Ego)ในฐานะผู้ควบคุมชีวิต ไปสู่กระบวนการที่มองกิจกรรมทางจิตเป็น "สิ่งที่มีอยู่จริงตามวัตถุวิสัย" สิ่งนี้บ่งชี้ว่าปัจเจกบุคคลไม่ได้ถูกดูดเข้าไปในวังวนทางจิตอีกต่อไป แต่เริ่มตระหนักว่าภายในใจมีพลังชีวิต "ที่ไม่ใช่ตัวตน" ซึ่งอยู่เหนืออีโก้และดำเนินไปอย่างเป็นอิสระ
จากจิตนิยม (Psychologism) สู่การค้นพบ "กายละเอียด"
เมื่อริชาร์ด วิลเฮล์ม (Richard Wilhelm) ได้สัมผัสกับจิตวิญญาณของลัทธิเต๋าจีน เขาตระหนักว่า "จิตวิทยา" ตามแบบตะวันตกนั้น มักจะตกอยู่ในกับดักของจิตนิยม (Psychologism)นั่นคือ การมองว่าประสบการณ์ภายในทั้งหมดเป็นเพียงสิ่งสมมติขึ้นตามอัตวิสัยหรือเป็นผลผลิตทางพยาธิวิทยา ในขณะที่ "การทำให้เป็นจิต" ที่แท้จริงคือการมองเนื้อหาทางจิตในฐานะ "กายละเอียด (Subtle Body)" ที่มีตัวตนอยู่จริง และยอมรับว่าจิตใต้สำนึกมีกฎเกณฑ์ตามวัตถุวิสัยที่ไม่ขึ้นอยู่กับเจตจำนง
วิภาษวิธีของความศักดิ์สิทธิ์และความรู้สึกแปลกแยก
- ความแปลกแยกทางพยาธิวิทยา: ดังเช่นที่ผู้ป่วยรายหนึ่งบรรยายด้วยความหวาดกลัวในจดหมายว่า "เขามีร่างกายของฉัน แต่กลับไม่ฟังคำสั่งของฉันเลย" นี่คือความกลัวดึกดำบรรพ์ที่เกิดจากจิตสำนึกถูกเนื้อหาของจิตใต้สำนึกรุกราน
- การมอบถวายอันศักดิ์สิทธิ์: ดังที่อัครสาวกเปาโลกล่าวว่า "ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่ก็ไม่ใช่ข้าพเจ้าอีกต่อไป แต่เป็นพระคริสต์ที่ทรงมีชีวิตอยู่ในข้าพเจ้า" สิ่งนี้เป็นตัวแทนของการที่อีโก้ถอยลงสู่ "ตัวตนที่แท้จริง (Self)" อย่างเต็มใจ ซึ่งเป็นเครื่องหมายของวุฒิภาวะของปัจเจกบุคคล